ค้นหาบล็อกนี้

วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559

เถาวัลย์เปรียง



สุดยอด! เถาวัลย์เปรียง บรรเทาปวดเมื่อย เส้นเอ็นพิการ

เถาวัลย์เปรียง บรรเทาปวดเมื่อย เส้นเอ็นพิการ 

ชื่อเครื่องยา : เถาวัลย์เปรียง
ชื่ออื่นๆของเครื่องยา  : เถาวัลย์เปรียงขาว
ได้จาก  : เถา
ชื่อพืชที่ให้เครื่องยา : เถาวัลย์เปรียง
ชื่ออื่น (ของพืชที่ให้เครื่องยา) :  เครือเขาหนัง เถาตาปลา เครือตาปลา (นครราชสีมา) ย่านเหมาะ (นครศรีธรรมราช) พานไสน (ชุมพร) เครือตับปลา
ชื่อวิทยาศาสตร์  : Derris scandens (Roxb.) Benth
ชื่อพ้อง :
ชื่อวงศ์ : Papilionaceae
ลักษณะภายนอกของเครื่องยา:
เถาแก่เป็นไม้เนื้อแข็ง เปลือกนอกสีน้ำตาลถึงสีน้ำตาลแกมสีเทา เปลือกเถาอาจมีร่องหรือคลื่นตามยาว มีช่องอากาศกระจายอยู่ทั่วไป เถาเหนียว เถาใหญ่มักจะบิด เนื้อไม้สีออกน้ำตาลอ่อน ๆ เห็นรอยวงปีไม่ชัดเจน เนื้อไม้มีรูพรุนตรงกลาง รสเฝื่อน เอียน

ลักษณะทางกายภาพและเคมีที่ดี:
ปริมาณเถ้ารวมไม่เกิน 8%, ปริมาณเถ้าที่ละลายในกรด ไม่เกิน 1%, ปริมาณความชื้น ไม่เกิน 7%, ปริมาณสารสกัดด้วยน้ำ ไม่ต่ำกว่า 14%, ปริมาณสารสกัดด้วย 50% เอทานอล ไม่ต่ำกว่า 14%, ปริมาณสารสกัดด้วย 95% เอทานอล ไม่ต่ำกว่า 6%, ดัชนีการเกิดฟองไม่น้อยกว่า 200

สรรพคุณ:
ตำรายาพื้นบ้าน: ใช้เถา ขับปัสสาวะ แก้บิด แก้หวัด ใช้เถาคั่วไฟให้หอมชงน้ำกินแก้ปวดเมื่อย แก้เส้นเอ็นพิการ แก้เมื่อยขบในร่างกาย แก้กระษัยเหน็บชา ต้มรับประทานถ่ายเส้น ถ่ายกระษัย แก้เส้นเอ็นขอด ถ่ายเสมหะ ไม่ถ่ายอุจจาระ เหมาะที่จะใช้ในโรคบิด ไอ หวัด ใช้ในเด็กได้ดี แก้ปวด แก้ไข้ ทำให้เส้นเอ็นอ่อนลง ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ บางตำรากล่าวว่าทำให้มีกำลังดีแข็งแรงสู้ไม่ถอย
เป็นสมุนไพรที่มีการนำมาใช้ในสูตรยาอบสมุนไพรเพื่อสุขภาพ โดยใช้เป็นส่วนประกอบเพิ่มเติมจากสูตรยาอบสมุนไพรหลัก เมื่อต้องการอบเพื่อรักษาอาการปวดเมื่อย ปวดหลัง ปวดเอว เป็นต้น
 
รูปแบบและขนาดวิธีใช้ยา:
บัญชียาหลักแห่งชาติ บัญชียาจากสมุนไพร 2556 ยาพัฒนาจากสมุนไพร กลุ่มยารักษากลุ่มอาการทางกล้ามเนื้อและกระดูก ระบุรูปแบบและขนาดวิธีใช้ยาดังนี้
1.       บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ ผงจากเถาของเถาวัลย์เปรียง รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม ถึง 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารทันที
2.       บรรเทาอาการปวดหลังส่วนล่าง และอาการปวดจากข้อเข้าเสื่อม สารสกัดจากเถาด้วย 50% เอทานอล รับประทานครั้งละ 400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารทันที
3.        ข้อห้ามใช้ : ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์

 คำเตือน : ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยแผลเพปกติ เนื่องจากเถาวัลย์เปรียงออกฤทธิ์คล้ายยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์  จึงอาจทำให้เกิดการระคายเคืองระบบทางเดินอาหารได้
อาการไม่พึงประสงค์ : ปวดท้อง ท้องผูก ปัสสาวะบ่อย คอแห้ง ใจสั่น เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ อุจจาระเหลว

องค์ประกอบทางเคมี:
สารกลุ่ม isoflavone glycoside ได้แก่ eturunagarone, 4,4’-di-O-methylscandenin, lupinisol A, 5,7,4’-trihydroxy-6,8-diprenylisoflavone, 5,7,4’-trihydroxy-6,3’-diprenylisoflavone, erysenegalensein E, derrisisoflavone A-F, scandinone, lupiniisoflavone G, lupalbigenin, derrisscandenoside A-E, 7,8-dihydroxy-4’-methoxy isoflavone, 8-hydroxy-4’,7-dimethoxy isoflavone-8-O-b-glucopyranoside, 7-hydroxy-4’,8-dimethoxy isoflavone-7-O-beta-glucopyranoside, formononetin-7-O-beta-glucopyranoside, diadzein-7-O-[α-rhamnopyranosyl-(1,6)]-beta-glucopyranoside, formononetin-7-O-α- rhamnopyranosyl-(1,6)]-beta-glucopyranoside, derrisscanosides A-B, genistein-7-O-[α- rhamnopyranosyl-(1,6)]-beta-glucopyranoside
สารกลุ่มคูมาริน ได้แก่ 3-aryl-4-hydroxycoumarins  สารกลุ่มสเตียรอยด์ได้แก่ lupeol, taraxerol, b-sitosterol  สารอื่นๆ เช่น 4-hydroxy-3-methoxy benzoic acid, 4-hydroxy-3,5-dimethoxy benzoic acid

การศึกษาทางเภสัชวิทยา:
สารสกัดน้ำจากเถามีฤทธิ์ต้านการอักเสบ (ยับยั้งการสร้าง leukotriene B, ลดการหลั่ง myeloperoxide, ลดการสร้าง eicosanoid), ลดการอักเสบที่อุ้งเท้าหนู, สารสกัดน้ำมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ,สารสกัดบิวทานอล และสารประกอบประเภท rhamnosyl-(1,6)-glucosylisoflavone มีฤทธิ์ลดความดันโลหิต, สารสกัดด้วย 50% เอทานอล มีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน, ฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์, ฤทธิ์ต้านเชื้อรา

การศึกษาทางคลินิก:
บรรเทาอาการปวดหลังส่วนล่าง  การเปรียบเทียบสรรพคุณของสารสกัดเถาวัลย์เปรียงกับยาไดโคลฟีแนค ในการเป็นยาบรรเทาอาการปวดหลังส่วนล่าง พบว่าเมื่อให้ผู้ป่วย รับประทานสารสกัดเถาวัลย์เปรียงบรรจุแคปซูลขนาด 200 มก. วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 7 วัน เปรียบเทียบกับผู้ป่วยกลุ่มที่รับประทานยาไดโคลฟีแนคขนาด 25 มก. วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 7 วัน ผลพบว่าสารสกัดเถาวัลย์เปรียงสามารถลดอาการปวดหลังส่วนล่างได้ไม่แตกต่างจากการใช้ยาไดโคลฟีแนค
กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย   การศึกษาประสิทธิผลของเถาวัลย์เปรียงในอาสาสมัครสุขภาพดี เมื่อได้รับประทานสารสกัดเถาวัลย์เปรียงทีสกัดด้วย 50% เอทานอล ขนาดวันละ 400 มก. นาน 2 เดือน ไม่พบความผิดปกติของระบบต่างๆของร่างกาย และพบว่าสารสกัดเพิ่มการหลั่งของ IL-2 และ gamma–IFN แสดงว่าสารสกัดมีฤทธิ์เสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้
การศึกษาทางพิษวิทยา:
-เถามีสารที่มีฤทธิ์เช่นเดียวกับฮอร์โมนเพศหญิง จึงควรระวังถ้าจะรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน
-การทดสอบพิษเฉียบพลันของสารสกัดลำต้นด้วยเอทานอล 50% โดยให้หนูกินในขนาด 10 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (คิดเป็น 6,250 เท่า เปรียบเทียบกับขนาดรักษาในคน) และให้โดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังหนู ในขนาด 10 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ตรวจไม่พบอาการเป็นพิษ
-การศึกษาพิษเรื้อรัง (6 เดือน) ของสารสกัดด้วย 50%เอทานอล ในหนู โดยให้สารสกัด เทียบเท่ากับผงเถาวัลย์เปรียงแห้ง คิดเป็น 100 เท่าของขนาดที่ใช้กับคนต่อวัน พบว่าไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางโลหิตวิทยา ชีวเคมีของเซรั่ม จุลพยาธิของอวัยวะภายใน และไม่พบความผิดปกติใด ๆ
.............................................................................................................................
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
หมายเหตุ* ข้อมูลนี้ใช้ในการเผยแพร่ความรู้ ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้

กวาวเครือขาว สมุนไทยชั้นยอด

กวาวเครือขาว

        กวาวเครือขาว ดูเหมือนจะเป็นสมุนไพรยอดฮิต กลบชื่อเสียงสมุนไพรตัวอื่นๆ เสียหมด เมื่อมีข่าวจากนักวิชาการท่านหนึ่งได้ออกมากล่าวว่ากวาวเครือขาวช่วยให้หน้าอกเพิ่มขนาดได้ กวาวเครือแดงเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้ เท่านั้นแหละครับ ข่าวปากต่อปากต่อปาก ก็เพิ่มสรรพคุณขึ้นอีกมากมาย ผลิตภัณฑ์กวาวเครือ ก็ผุดขึ้นมาขายกันเต็มตลาด ไม่ว่าจะเป็นชนิดผง ชนิดแคปซูล ชนิดทา ต่อมานักวิชาการท่านอื่นกล่าวว่า การวิจัยดังกล่าวยังไม่ได้ตรวจเกี่ยวกับพิษวิทยาอย่างแน่ชัด

ทําความรู้จักกับกวาวเครือ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pueraria mirifica Airy Shaw et Suvatabandhu
ชื่อพ้อง : Pueraria candollei Grah. Var. mirifica (Airy Shaw & Suvata bandhu) Niyomdham
ชื่อสามัญ : กวาว กวาวหัว กวาวเครือขาว (พายัพ) กวาวเครือ เครือขาว จานเครือ (อีสาน) ตานเครือ ทองเครือ ทองกวาว จอมทอง (ใต้) ตานจอมทอง (ชุมพร) โพ้ต้น (กาญจนบุรี) โพะตะกู
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
กวาวเครือเป็นพืชในวงศ์ Papili oneae เดิมใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ Butea superba Roxb. ซึ่งเป็นพืชตระกูลถั่วในวงศ์ Leguminosae ขึ้นในป่าเบญจพรรณ บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล 250-800 เมตร ในป่าสูงทางภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย เป็นไม้เถาเลื้อย พาดพันต้นไม้ใหญ่ เป็นไม้ผลัดใบ ขนาดกลาง เถายาวประมาณ 5 เมตร มีหัวใต้ดินขนาดใหญ่ทำหน้าที่สะสมอาหาร ลักษณะค่อนข้างกลม และคอดยาวเป็นตอนๆต่อเนื่องกัน จากตำรายาหัวกวาวเครือของหลวงอนุสารสุนทร กรมการพิเศษเชียงใหม่ โรงพิมพ์อุปะติพงศ์ พฤษภาคม พ.ศ. 2474 กล่าวว่า กวาวเครือมี 4 ประเภทดังนี้ คือ กวาวเครือขาว กวาวเครือแดง กวาวเครือดำ และกวาวเครือมอ
ข้อมูลทางพฤกษเคมี
ในทางพฤกษเคมี หัวกวาวเครือ ประกอบด้วย สารที่ทราบสูตรโครงสร้างทางเคมีแล้วไม่ต่ำกว่าสิบชนิด แต่ที่น่าสนใจ ก็คือ สารหลายชนิดที่จัดอยู่ในกลุ่มของไฟโตเอสโตรเจน (phytoestrogen) สารนี้เป็นสารจากพืชที่มีฤทธิ์ เช่นเดียวกับเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมลักษณะทางเพศ ตลอดจนการทำงานของระบบสืบพันธุ์ในเพศหญิง ปกติเอสโตรเจน เป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่ร่างกายของผู้หญิง สามารถสังเคราะห์ได้เองจากรังไข่  รก หรือต่อมหมวกไต ยาแผนปัจจุบันได้มีการนำเอาสารในกลุ่มเอสโตรเจนมาใช้เป็นฮอร์โมนทดแทนในสตรีวัยหมดประจำเดือน
สรรพคุณ
จากตำราของหลวงอนุสารสุนทร กล่าวว่า กวาวเครือ
1. เป็นยาอายุวัฒนะสำหรับผู้สูงอายุใช้ได้ทั้งหญิงและชาย (คนหนุ่มสาวห้ามกิน)
2. ทำให้กระชุ่มกระชวย
3. ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นกลับเต่งตึงมีน้ำมีนวล
4. ช่วยเสริมอก กระตุ้นเต้านมขยายตัว (โดยเฉพาะกวาวเครือขาว)
5.  ช่วยให้เส้นผมที่หงอกกลับดำ และเพิ่มปริมาณเส้นผม
6. แก้โรคตาฟาง ต้อกระจก
7. ทำให้ความจำดี
8. ทำให้มีพลัง การเคลื่อนไหวการเดินเหินจะคล่องแคล่ว
9. ช่วยบำรุงไต
10. ช่วยให้กินอาหารมีรสชาติอร่อย
ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของกวาวเครือ
กวาวเครือขาวในปริมาณสูง (100 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม วันละ 3 ครั้ง 14 วัน) เมื่อให้กับหนูขาวตัวผู้ จะทำให้จำนวนและเปอร์เซ็นต์การเคลื่อนไหวของสเปิร์มลดลง นอกจากนี้ยังทำให้อัณฑะ ต่อมลูกหมากของหนูขาวมีน้ำหนักลดลงด้วย การศึกษาฤทธิ์ในการคุมกำเนิดของกวาวขาวในหนูขาวเพศเมีย พบว่า การให้กวาวขาวกับหนูสัปดาห์ละ 1 กรัมต่อตัว มีฤทธิ์คุมกำเนิดได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่กวาวขาวในปริมาณต่ำกว่านี้มีฤทธิ์คุมกำเนิดได้บ้าง นอกจากนี้การศึกษาในหนูถีบจักรพบว่ากลุ่มที่ได้รับกวาวเครือมีการตั้งท้องเพียงร้อยละ 14 ลดลงร้อยละ 86 และทำให้จำนวนตัวอ่อนที่ฝังตัวในมดลูกลดลงด้วย จากการทดลองให้ผงกวาวขาวและเอสโตรเจนแก่แม่หนูที่กำลังให้นมลูก พบว่า มีผลทำให้น้ำหนักของลูกหนูน้อยกว่ากลุ่มควบคุม และยังทำให้ลูกหนูตายด้วย สำหรับผลต่อต่อมน้ำนมพบว่าทั้งกวาวขาวและเอสโตเจนมีผลทำให้น้ำหนักของต่อมน้ำนมน้อยกว่ากลุ่มควบคุม และสังเกตได้ชัดเจนว่าไม่มีน้ำนมไหลออกมาจากต่อมน้ำนมของหนู ทั้งกลุ่มที่ได้รับกวาวเครือและเอสโตรเจน
เมื่อให้นกกระทากินผงป่นของหัวกวาวขาวผสมกับอาหารในปริมาณร้อยละ 5 และ 10 เป็นเวลา 15, 30 และ 76 วัน พบว่านกกระทากลุ่มที่ได้รับกวาวขาวจะมีแผลบวม เป็นหนองที่บริเวณหัว ใต้ปีก ฝ่าเท้า และข้อต่อ อันเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย และมีนกกระทาตายในระหว่างการทดลอง ซึ่งอาการพิษดังกล่าวขึ้นอยู่กับปริมาณและระยะเวลาที่ได้รับกวาวขาว การศึกษาผลของไมโรเอสตรอล*ในสตรีที่มีประจำเดือนไม่มาตามปกติ จำนวน 10 คน โดยให้ไมโรเอสตรอลในขนาดวันละ 1 มิลลิกรัม 6 ครั้ง และวันละ 5 มิลลิกรัม 6 ครั้ง พบว่าสารดังกล่าวมีฤทธิ์เป็นเอสโตรเจนอย่างแรง สามารถทำให้ประจำเดือนมาหลังจากหยุดยา 7-18 วัน ผู้ที่ได้รับยาส่วนใหญ่มีอาการข้างเคียง ได้แก่ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน บางราย ( 4 ใน 10 ราย) มีอาการทรวงอกขยายใหญ่ขึ้น อาการเหล่านี้จะเห็นชัดเจนในขนาด 5 มิลลิกรัม มากกว่า 1 มิลลิกรัม
สรรพคุณทางการเเพทย์
สถาบันแพทย์แผนไทยและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและ ยา กระทรวงสาธารณสุข โดยทาง อย. ได้อนุญาตให้มีการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กวาวเครือไปนั้น เป็นการอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนเป็นสูตรตำรับยาแผนโบราณที่เป็นยาผสม ซึ่งจะมีสมุนไพรอื่นๆผสมอีกหลายชนิด และส่วนใหญ่เป็นตัวยาในตำรับยาที่เป็นยาบำรุงร่างกาย หรือยาสำหรับสตรีที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ โดยยาดังกล่าวจะต้องวางจำหน่ายในร้านขายยาเท่านั้น
สรรพคุณทางแผนไทย
สมุนไพร กวาวเครือขาว นั้น ชาวหมอแผนไทยพื้นบ้านของเราเขาใช้มานมนานแล้ว แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้เป็นตัวยาสมุนไพรเดี่ยวๆ ต้องใช้ร่วมกับยาสมุนไพรอื่นๆ รศ.ยุทธนา สมิตะสิริ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้ค้นคว้าและพบว่า สมุนไพรกวาวเครือ มีระบุอยู่ในตำรายาหัวกวาวเครือของหลวงอนุสารสุนทร กรมการพิเศษเชียงใหม่ โรงพิมพ์อุปะติพงศ์ พฤษภาคม พ.ศ. 2474 กล่าวว่า กวาวเครือมี 4 ประเภท คือ กวาวเครือขาว กวาวเครือแดง กวาวเครือมอ กวาวเครือดำ บรรยายสรรพคุณว่า คนอ่อนเพลีย ผอมแห้งแรงน้อย นอนไม่หลับ กินไม่ได้ กินแล้วได้ผล หายอ่อนเพลียและหลับสบาย และอื่นๆอีกมากมาย รวมทั้งมี แวบๆ ว่า ทำให้กระชุ่มกระชวย กระตุ้นเต้านมขยายตัว แต่หลักๆ จะบอกว่าเป็นยาอายุวัฒนะทำให้อายุยืนแข็งแรง  ที่น่าสนใจ คือ ในตำราระบุขนาดว่าควรใช้ขนาดเม็ดเท่าพริกไทย
สรรพคุณทางยาเเผนโบราณ
กวาวเครือขาว ถ้ายังเป็นยาแผนโบราณ และกินกันอย่างแผนโบราณเป็นยาอายุวัฒนะ ซึ่งยาแผนโบราณมีตำรับมากมาย ในอดีตชาวบ้านกินยาแผนโบราณ มักได้รับคำแนะนำจากญาติผู้ใหญ่หรือจากคนรู้จักว่ามีสรรพคุณอย่างนั้นอย่างนี้และเป็นตำรับยา ซึ่งมีตัวยาหลายๆอย่าง ที่ช่วยแก้กันและกัน ตามทัศนะแพทย์แผนไทย การกินก็เพื่อการรักษาโรคหรือเป็นการบำรุงร่างกายทั่วๆไป

..................................................................................................................................................................
หมายเหตุ* ข้อมูลนี้ใช้ในการเผยแพร่ความรู้ ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก เอมอร โสมนะพันธุ์, วีณา จิรัจฉริยากูล. จุลสารข้อมูลสมุนไพร. มหาวิทยาลัยมหิดล และสมุนไพรคุณสัมฤทธิ์ เรียบเรียงโดย pompom

กำลังช้างสาร


   
 
    กำลังช้างสาร สมุนไพรคุณสัมฤทธิ์
กำลังช้างสาร สมุนไพรคุณสัมฤทธิ์ เป็นยาบำรุงสำหรับผู้ชายทานแล้วหล่อล่ำ กล้ามใหญ่ ร่างกายแข็งแรง เสริมสมรรถภาพทางเพศแก้ปัญหาน้องชายเล็ก ไม่แข็งตัว หลั่งเร็ว บำรุงอสุจิให้แข็งแรงบำรุงผิวขาว หน้าใส ลดสิว ลดกลิ่นเหงื่อกลิ่นตัว เพิ่มความหนุ่มรักษาอาการวัยทอง บำรุงเส้นผม ลดผมร่วง ผมบาง หัวล้านกรรมพันธุ์์เพิ่มพละกำลัง ลดอาการปวดเมื่อยจากการทำงาน รักษาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อจากการเล่นกีฬา ทุกปัญหาสำหรับผู้ชายแก้ไขได้ด้วย กำลังช้างสาร สมุนไพรคุณสัมฤทธิ์
ผลิตจากสมุนไพรชั้นดี
กำลังช้างสารสมุนไพรคุณสัมฤทธิ์ ผลิตจากสมุนไพรชั้นดี  มากกว่า 9 ชนิด ได้แก่ กำลังช้างสาร, กำลังหนุมาน, กำลังเสือโคร่ง,กำลังวัวเถลิง, ม้ากระทืบโรง, โด่ไม่รู้ล้ม, รากปลาไหลเผือก,กระชายดำ, กวาวเครือแดง
กำลังช้างสาร สมุนไพรคุณสัมฤทธิ์  ดีอย่างไร?
เสริมสมรรถภาพทางเพศ
ช่วยทำให้น้องชายใหญ่ขึ้น เเละยาวขึ้น
ช่วยทำให้น้องชายแข็งตัวได้เต็มที่ พร้อมรับทุกสถานการ์ณ
ช่วยให้คุณผู้ชายสามารถทำกิจกรรมทางเพศ หรือร่วมรัก ได้นานยิ่งขึ้น อึด ทน นาน
ช่วยทำให้ อึด เบิ้ลได้หลายรอบมากยิ่งขึ้น
ช่วยเพิ่มน้ำอสุจิให้มากขึ้น เเละทำให้อสุจิ แข็งแรงมากขึ้น
ช่วยรักษาภาวะมีบุตรยากในผู้ชาย
ช่วยให้อารมณ์ทางเพศสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ช่วยเพิ่มเสน่ห์ความเป็นชาย
เสริมสร้างกล้ามเนื้อ
สร้างกล้ามเนื้อได้เร็วขึ้น
กล้ามเนื้อแข็งแรงมากขึ้น
กล้ามเนื้อชัดเจนมากขึ้น
ลดการสะสมไขมันในร่างกาย
รูปร่างดี หล่อล่ำมากยิ่งขึ้น
ลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
ลดอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ
เพิ่มพละกำลัง
มีกำลังมากขึ้น
สดชื่นขึ้น กระปรี้กระเปร่า
เหนื่อยน้อยลง เหนื่อยช้าลง
หายจากอาการอ่อนเพลีย
รู้สึกได้ถึงความแข็งแรง
ออกกำลังกายได้นานขึ้น
ทำงาน หรือ ทำกิจกรรมได้นานขึ้น
หายจากอาการง่วงตลอดทั้งวัน
บำรุงผิวพรรณ
ผิวขาวขึ้นทั่วเรือนร่าง
ผิวกระจ่างใส มีเลือดฝาด
แผลเป็น รอยหมองคล้ำ ดูจากลง
ลดสิว หน้ามัน รูขุมขนกว้าง
ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ ให้จางลง
ลดริ้วรอย ผิวเต่งตึง เป็นหนุ่มยิ่งขึ้น
บำรุงผิวให้ชุมชื่น สุขภาพผิวดียิ่งขึ้น
ลดความหมองคล้ำบริเวณน้องชาย
บำรุงเส้นผมและหนังศรีษะ
ลดผมร่วง ผมบาง หัวล้าน
ลดผมเปราะ ขาดง่าย ผมเสีย
กระตุ้นการสร้างเซลล์ผมใหม่
บำรุงเซลล์รากผมให้แข็งแรง
ผมหนาขึ้น ดกดำ เป็นธรรมชาติ
ลดรังแคและอาการคันหนังศรีษะ
ลดอาการหนังศรีษะอักเสบ
บำรุงกระดูกและข้อ
เสริมแคลเซียมให้กระดูกและฟัน
ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน
บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง
บำรุงข้อ และ เส้นเอ็นให้แข็งแรง
ลดอาการบาดเจ็บกระดูกจากกีฬา
เพิ่มความสูงได้ในช่วงวัยรุ่น
บำรุงประสาทและสมอง
ช่วยเพิ่มความจำให้ดีขึ้น
คลายความเครียดและความกังวล
ช่วยให้นอนหลับสนิทยิ่งขึ้น
อารมณ์แจ่มใส สุขภาพจิตดียิ่งขึ้น
ประสาทสัมผัสในร่างกายดีขึ้น
ความสามารถในการใช้สมองเพิ่มมากขึ้น
ความสามารถในการทำงานดียิ่งขึ้น
หายจากอาการเมาค้างได้เร็วยิ่งขึ้น
ลดกลิ่นเหงื่อและกลิ่นตัว
ลดกลิ่นเหงื่อ กลิ่นเท้าเหม็นอับ
ลดกลิ่นตัวและกลิ่นใต้วงแขน
ลดกลิ่นปากและกลิ่นลมหายใจ
ลดกลิ่นบริเวณจุดซ่อนเร้น
ลดกลิ่นเหม็นจากการสูบบุหรี่
ลดเหงื่อออกมากผิดปกติ
กลิ่นตัวหอมขึ้น บุคลิกภาพดีขึ้น
เพิ่มกลิ่นดึงดูดเพศตรงข้าม
ป้องกันโรคต่างๆของผู้ชาย
ป้องกันและรักษาอาการวัยทอง
ป้องกันปัสวะเล็ด หูรูดปัสสาวะหย่อน
ป้องกันต่อมลูกหมากโต
ป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก
ป้องกันตับอักเสบและมะเร็งตับ
ลดอาการนอนกรนเสียงดัง
เพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
ขับสารพิษต่างๆ ภายในร่างกาย
บำรุงร่างกาย
บำรุงเลือด กระตุ้นการไหลเวียนเลือด
บำรุงหลอดเลือดให้แข็งแรง
บำรุงน้ำเหลือง แก้น้ำเหลืองเสีย
กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศชาย
เพิ่มความหนุ่ม ต่อต้านความชรา
บำรุงตับ ไต ปอด หัวใจ ให้แข็งแรง
บำรุงสายตา เพิ่มการมองเห็นชัดขึ้น
บำรุงร่างกายให้แข็งแรง
................................................................


สนใจสอมถามสั่งซื้อ คลิก! https://www.facebook.com/messages/pomtanjin                                            Line : https://line.me/me/R/ti/p/%40nmv9451u**ขอขอบคุณข้อมูลจากคุณสัมฤทธิ์